- Quickly update your status - Instantly access your profile & photo comments - Connect with your friends
Upgrade to Flash Player 10 and make a "hi5 Star" today.
Your friend doesn't have a hi5 star!
การเรียกร้องแก้ไข รธน. ฉบับปี 50 ปรากฏให้เห็นเป็นข่าวอยู่เป็นระยะๆ ในช่วงปีที่ผ่านมาซึ่งผู้เรียกร้องให้แก้ไข ก็มีอยู่หลายฝ่ายด้วยกัน ตั้งแต่ประชาชน จนถึงสมาชิกสภาฯ พร้อมเสนอร่างแก้ไขฯ เข้ามาหลายรูปแบบในส่วนของสำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ก็เคยให้บริการยกร่าง รธน. แก้ไข ให้ทั้ง สมาชิกฯ และภาคประชาชน เนื้อหาการแก้ไขก็มุ่งไปที่ การนำ รธน. ฉบับปี 2540 กลับมาใช้อีกครั้ง เช่น กำหนดให้นำเนื้อหาของ รธน. ฉบับปี 40 มาใส่ทั้งหมด หรือกำหนดให้ตั้ง ส.ส.ร. 3 ยกร่างรัฐธรรมนูญใหม่ โดยใช้วิธีเดียวกับสมัยตั้ง ส.ส.ร. 1 แต่การเรียกร้องดังกล่าวก็ยังไม่ได้รับการตอบสนองเท่าใดนักต่อมา ได้มีการแต่งตั้งคณะกรรมการสมานฉันท์เพื่อปฏิรูปการเมือง และศึกษาแก้ไขรัฐธรรมนูญ เพื่อแก้ไขปัญหาความขัดแย้งในชาติ คณะกรรมการฯ จึงได้ทำการศึกษาและสรุปว่า มี 6 ประเด็นใน รธน. ที่ควรทำการแก้ไข (รายละเอียดปรากฏตามรายงานคณะกรรมการฯ)จากนั้น คณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมรัฐบาล ฝ่ายค้าน และวุฒิสภา (วิป 3 ฝ่าย) มีมติเห็นชอบให้แก้ไข รธน. ใน 6 ประเด็นดังกล่าว โดยมอบหมายให้สำนักกฎหมายของสำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร และสำนักงานเลขาธิการวุฒิสภา ทำหน้าที่ยกร่าง ที่จริง ก่อนหน้าที่ที่ประชุมวิป 3 ฝ่าย มีมติเห็นชอบให้ทั้ง 2 สนง. ยกร่าง รธน. ฉบับแก้ไขไม่นานนัก ก็มีสมาชิกฯ ได้ขอใช้บริการ สนง. เลขาธิการ สผ. ยกร่าง รธน. แก้ไขใน 6 ประเด็นดังกล่าวอยู่ก่อน ซึ่งวิปก็น่าจะเสนอร่างดังกล่าวได้ทันทีโดยไม่จำเป็นต้องมอบหมายทั้งสองสำนักงานยกร่างอีกแต่หลังจากพิจารณารายงานของคณะกรรมการสมานฉันท์ฯ เห็นว่า แนวทางแก้ไขดังกล่าวยังเขียนไม่ครบทุกประเด็น และบางประเด็นที่เสนอมานั้นก็ยังไม่ยุติเนื่องจาก คณะกรรมการสมานฉันท์เองก็มีความเห็นที่แตกต่างกันประกอบกับร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขที่ทำเสร็จตาม 6 ประเด็นดังกล่าว ก็เป็นเพียงร่างที่มีหลักการ เหตุผล บันทึกวิเคราะห์สรุป ซึ่งเป็นแบบฟอร์มตามที่ รธน. กำหนดเท่านั้น แต่ขาดที่มาที่ไป และ เหตุผลทางวิชาการรองรับ รวมไปถึงผลกระทบต่อกฎหมายต่าง ๆ โดยเฉพาะ พ.ร.บ. ประกอบรัฐธรรมนูญ ซึ่งยากที่จะทำให้เกิดการยอมรับอย่างกว้างขวางได้จึงมีความจำเป็นต้องให้สำนักกฎหมายของทั้งสองสภายกร่างขึ้นใหม่ ภายใต้กรอบกว้าง ๆ ใน 6 ประเด็น ซึ่งในแต่ละประเด็นก็ยังประกอบด้วยประเด็นปลีกย่อยอีกมากมาย ความรู้สึกส่วนตัว แม้ว่าจะเห็นว่า การแก้รัฐธรรมนูญ กับการสร้างความสมานฉันท์ เป็นคนละเรื่องกัน ซึ่งแปลว่า ต่อให้แก้รัฐธรรมนูญได้ ก็ใช่ว่าความปรองดองจะเกิดและเมื่อเป็นคนละเรื่องกัน การแก้รัฐธรรมนูญก็อาจล่มได้ทุกเมื่อ ทั้งนี้ เป็นไปตามกระแสทางการเมือง โดยเฉพาะเรื่องวิธีการถามความเห็นของประชาชน ที่ยังมีความเห็นต่างกัน แต่เมื่อ รธน. มีบทบัญญัติซึ่งมีปัญหาการบังคับใช้ ก็มีความจำเป็นต้องแก้ เพื่อให้การบังคับใช้เกิดความราบรื่น ยังมีผู้เข้าใจผิด คิดว่า การแก้ไข รธน. ในบางประเด็น เช่น แก้ ม. 190 จะส่งผลให้การมีส่วนร่วมของภาคประชาชนลดน้อยลง เพราะเท่าที่ศึกษารายงานฯ นั้น เป็นการเสนอแก้เพื่อให้เกิดความชัดเจนในทางปฏิบัติเช่น การกำหนดความชัดเจนประเภทหนังสือสัญญา การแก้ไขปัญหาหนังสือสัญญาที่ลงนามแล้วแต่ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่ากระบวนการขัดต่อรัฐธรรมนูญ เป็นต้นซึ่งก็เป็นเรื่องที่ต้องชี้แจงกันหลังจากที่ยกร่างเสร็จสิ้นลง ป.ล. อยากไปถ่ายรูปมากกว่าอะ
Paste or type URL of a photo here:
© 2003-2009 hi5 Networks | English